กองสื่อสารองค์กร

Communication Affairs Division: CAD KKU

กองสื่อสารองค์กร ร่วมพิธีถวายพานพุ่มฯ เนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

เช้าวันนี้ (18 สิงหาคม 2561) มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศ. ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี นายบัญชา พระพล  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ ผศ.ดร.ศิริพงษ์ เพียศิริ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร และบุคลากรกองสื่อสารองค์กร เข้าร่วม พิธีถวายพานพุ่มราชสักการพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  4  พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย เนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ หน้า อาคาร SC.06 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมทั้งข้าราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในจังหวัดขอนแก่น ร่วมในพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 43 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เมื่อทรงพระชันษา  21 พรรษา ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ พระองค์ทรงใช้เวลาในขณะที่ครองสมณเพศ เพื่อการศึกษาวิชาการต่าง ๆ เช่น ภาษาบาลี ภาษากรีก-ลาติน และภาษาอังกฤษ ทรงสนพระราชหฤทัยในวิชาภูมิศาสตร์ ตลอดจนวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่สำคัญยิ่ง คือวิชาดาราศาสตร์  คณิตศาสตร์ชั้นสูง วิชาโลหะวิทยาและอุตุนิยมวิทยา เมื่อครั้งเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ    ในขณะนั้นลัทธิการล่าอาณานิคมกำลังแผ่ขยายคุกคามประเทศที่ด้อยพัฒนา แต่ด้วยพระปรีชาญาณอันสุขุมคัมภีรภาพที่ทรงดำเนินรัฐประศาสโนบาย และวิเทโศบาย พระองค์ทรงตระหนักพระราชหฤทัยเป็นอย่างดีว่า หนทางที่จะพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากมหันตภัยดังกล่าว จักต้องแสดงพระบรมเดชานุภาพทางด้านวิชาการ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวอัสดงคตประเทศว่า ชาวไทยมิใช่อนาริยชน   หากแต่กอรปด้วยสติปัญญา สัมมาทิฐิในทางพระพุทธศาสนา ทั้งยังมีปัญญาทางด้านวิทยาศาสตร์เยี่ยงประเทศตะวันตก พระองค์ทรงประยุกต์ความรู้ในทางคณิตศาสตร์ สามารถทำนายปรากฏการณ์ การเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำเป็นเวลาล่วงหน้าถึง    2  ปี   โดยสามารถกำหนดตำแหน่งที่จะสังเกตปรากฏการณ์ที่เด่นชัด     ณ    ตำบลหว้ากอ   จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   พระบรมเดชานุภาพที่แสดงในครั้งนั้น   เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวสยามและเป็นที่ยกย่องในพระปรีชาญาณทั่วไปในสากลประเทศ    เป็นการเชิดชูศักดิ์ศรีแห่งความเป็นอริยะของชาวไทย    ส่งผลให้ประเทศชาติคงความเป็นเอกราช ตราบจนทุกวันนี้ (ข้อมูลจาก คณะวิทยาศาสตร์ มข.)